24 มกราคม 2555
การออกแบบตัวอักษรใน Fontself
ขั้นตอนก่อนการใช้งานโปรแกรม Fontself
งานโปรแกรม fontself
2. เมื่อคลิกเขามาที่ sign up จากนั้นสมัครสมาชิกในเว็บให้เรียบร้อยก่อนนะครับก่อนการใช้งาน
3. คลิกที่แถบคำสั่ง myfont จากนั่นให้คลิกที่ Create a new font
4. ตั้งชืออของฟอนต์ในช่อง Font name : ที่เราจะสร้างขึ้นมา เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้คลิกที่
start you Font
5. นี่คือหน้าต่างของ tamplate สำหรับนำเอาไปออกแบบฟอนต์ ถ้าต้องการเท็มเพล ให้คลิกที่ปุ่ม
pinttamplate ถ้าไม่ต้องการให้คลิกผ่านไปเลยโดย คลิกที่คำสั่ง Next
ต้นฉบับที่ได้ออกแบบเอาไว้แล้ว
6. Improt ไฟล์ต้นฉบับที่เราออกแบบฟอนต์เอาไว้แล้วเขามาได้โดยการ คลิกที่ปุ่มคำสั่ง Improt
image (ไฟล์ต้นฉบับที่จะนำเข้าทานั้น นามสกุลของไฟล์ควรจะเป็น png หรือ jpg เท่านั้น)
7. หลังจาก Improt ไฟล์ต้นฉบับเข้ามาแล้วเราก็จะได้รูปแบบดังรูปตัวอย่าง จากนั้นให้คลิก Nex
8. ในหน้าต่างนี้ฟอนต์แต่ละตัวจะถูกแยกอกมาเป็นตัวๆ เพื่อให้เราสมารถปรับแต่งตัวอักษรได้จากนั้น
คลิกที่ปุ่ม Ne
9. ขั้นตอนนี้เราจะเห็นได้ว่าโปรแกรมได้แสดงตัวอย่างฟอนต์ของเราให้มาให้ดูว่ารูปแบบฟอนต์ของเรา
เมื่อจัดเรียกออกมาแล้วเป็นแบบไหน
10. ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของการปรับแต่งระยะห่างของช่องไฟระหว่างตัวอักษรให้สวยงาม
11. ปุ่มเครื่องมือสำหรัปรับแต่งและแก้ไขตัวอักษร คลิกเข้าไปแล้วยังจะมีเครื่องมือปรับแต่อยู่อีกหลายตัว
ในตัวอย่างนี้ใช้เครื่องมือยางลบ ลบเส้นส่วนที่ไม่ต้องการออก
12. เมือปรับแต่งตามต้องการเสร็จแล้ว คลิกที่ปุ่ม Save font เพื่อบันทึกฟอนต์ที่เราสร้างนั้นเอง
แล้วนำฟอนต์ไปใช้งานได้ตามปกติครับ
สรุปการสร้างฟอนต์ลายมือ
จากการสร้างฟ้อนต์ลายมือนั้นคงมีหลายคนเจอปัญหาในการทำงานของโปรแกรมบ้าง เช่น การผสมคำ ก่อนการทำงานทุกครั้งเราควรศึกษาเรื่องต่างต่างๆเกี่ยวกับการสร้างฟอนต์ให้เขาใจก่อนการลงมือทำและ
ศึกษาสัตส่วนของตัวอักษรเสียก่อน จะศึกษาจากฟ้อนต์ต้นแบบที่มีอยู่แล้วก็ได้ หรือตัวอย่างจากที่อื่นมาก่อน เมื่อเราสร้างฟอนต์ลายมือของเราได้แล้วต่อไปเราก็จะสามารถสร้างฟอนต์ให้สวยงามมากยิ่งขึ้นไปและยังพัฒนาฝีมือต่อไปได้ในโปรแกรมอื่นๆ อีกด้วยครับ
สร้างฟ้อนต์ลายมือนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการเรียน ผู้สอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประชิด ทิณบุตร
ครม.สั่งหน่วยงานราชการ ใช้ 13 ฟอนต์ไทย
ครม.เห็นชอบให้ทุกส่วนราชการโละฟอนต์ต่างชาติ บังคับใช้ 13 ฟอนต์ไทยในงานราชการ ระบุป้องกันละเมิดลิขสิทธิ์
นายวัชระ กรรณิการ์รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าที่ประชุมครม.เห็นชอบ
ให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยดำเนินการติดตั้งฟอนต์สารบรรณและฟอนต์ อื่น ๆ ทั้งหมดจำนวน 13 ฟอนต์
ของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (สอซช.) หรือ SIPA และกรมทรัพย์สินทางปัญญา
เพิ่มเข้าไปในระบบปฏิบัติการ Thai OS (Thai Operating System) และใช้ฟอนต์ดังกล่าวแทนฟอนต์เดิม
ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ โดยให้ติดตั้งและใช้งานให้แล้วเสร็จ
ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2553
สืบเนื่องจากปัจจุบันส่วนราชการจำนวนมากมีการใช้ฟอนต์ที่หลากหลาไม่มีมาตรฐานในเอกสารทาง
ราชการ อีกทั้งยังมีหน่วยงานราชการหลายแห่งใช้มาตรฐานฟอนต์ของบริษัทเอกชนที่ผูกขาด ลิขสิทธิ์ เช่น Angsana อาจมีปัญหาเรื่องการฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์ได้
ด้วยเหตุดังกล่าว จึงได้มีการพัฒนาและมีการประกวดแข่งขันฟอนต์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ Open Source Software ที่เป็นซอฟต์แวร์เสรีให้ส่วนราชการไทยประกาศมาตรฐานเอกสารดิจิตัลและรูปแบบ
ของฟอนต์ที่ไม่ขึ้นกับระบบปฏิบัติการและลิขสิทธิ์ของบริษัทใดๆเพื่อความภาคภูมิใจในความเป็นชาติและ
เอกลักษณ์ของความเป็นชาติไทยซึ่งในขณะนี้มีฟอนต์ที่ส่วนราชการไทยสามารถเป็นเจ้าของและพร้อมแจก
จ่ายให้ กับผู้ประสงค์จะใช้งานรวม 13 ฟอนต์ ดังนี้
1. TH Sarabun PSK ออกแบบโดย คุณศุภกิจ เฉลิมลาภ
2. TH Chamornman ออกแบบโดยคุณเอกลักษ์ เพียรพนาเวช
3. TH Krub ออกแบบโดยคุณเอกลักษณ์ เพียรพนาเวช
4. TH Srisakdi ออกแบบโดย ทีม อักษราเมธี (คุณไพโรจน์ เปี่ยมประจักพงษ์,คุณบวร จรดล)
5. TH Niramit AS ออกแบบโดย ทีม อักษราเมธี (คุณไพโรจน์ เปี่ยมประจักพงษ์,คุณบวร จรดล)
6. TH Charm of AU ออกแบบโดย คุณกัลยาณมิตร นรรัตน์พุทธิ
7. TH Kodchasan ออกแบบโดย คุณกัลย์สุดา เปี่ยมประจักพงษ์
8. TH K2D July8 (8 กรกฏา) ออกแบบโดย คุณกานต์ รอดสวัสดิ์
9. TH Mali Grade 6 ออกแบบโดย คุณสุดารัตน์ เลิศสีทอง
10. TH Chakra Petch (จักรเพชร) ออกแบบโดย คุณธีรวัฒน์ พจน์วิบูลศิริ
11. TH Bai Jamjuree CP ออกแบบโดย ทีม PITA (คุณรพี สุวีรานนท์, คุณวิโรจน์ จิรพัฒนกุล)
12. TH KoHo ออกแบบโดย กลุ่ม ก-ฮ (คุณขาม จาตุรงคกุล, คุณกนกวรรณ แพนไธสง, คุณขนิษฐา
สิทธิแย้ม)
13. TH Fah Kwang ออกแบบโดย ทีม สิบเอ็ด (คุณกิตติ ศิริรัตนบุญชัย, คุณนิวัฒน์ ภัทโรวาสน์)
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ฟอนต์.คอม
รวมงาน Typographic สีสันสดใส น่ารัก
ไปดูงานจัดฟอนต์สวยๆ ตามจินตนาการนะครับ แต่ยังไงก็อยากให้ดูครับว่าจะสวยงามแค่ไหน เพราะนี่คือการรวมงานจัดวางตัวอักษรสีสันฉูดฉาดอย่างที่ว่าไว้เลย เอาไว้ดูเป็นแรงบันดาลใจนะครับ ตามเว็บนี้เลยครับ
http://www.smashingapps.com/2010/03/04/the-colorful-showcase-of-beautiful-floral-typography.html
http://www.smashingapps.com/2010/03/04/the-colorful-showcase-of-beautiful-floral-typography.html
เมื่อฟอนต์ Comic Sans ประกาศตนว่าข้าจะครองโลก
เว็บบล็อกที่ประกาศตัวว่าเป็นนักรบแห่งฟอนต์ Comic Sans และไม่เกรงกลัวฟอนต์ใดๆ ในโลก ภารกิจของเว็บนี้ก็คือเผยแพร่วัฒนธรรม Comic Sans ให้กระจายไปทั่วโลกให้ได้ ว่าแล้วพี่แกก็จับเอาโลโก้สินค้าบริการต่างๆ มาแปลงเป็นฟอนต์ Comic Sans (ที่ฝรั่งเขาโหวตกันมานมนานว่าเป็นฟอนต์ที่น่าเกลียดที่สุดในโลกนั่นแหละ) เรียกว่างานนี้ก็เล่นซะให้ครื้นเครงขำขันกันไปข้าง
ที่มา COMIC SANS PROJECT
ลาวเปิดตัวฟอนต์แห่งชาติ “ເພັດຊະລາດ”
เมื่อวานนี้ (29 ธ.ค.54) ที่ สปป.ลาว นำโดยกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคมและการสื่อสารของลาวเขา ได้มีการเปิดตัวฟอนต์มาตรฐานแห่งชาติของลาวขึ้นมา คือฟอนต์ “Phetsarath” โดยฟอนต์ (ຕົວອັກສອນ) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้เป็นมาตรฐานในระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อ สาร-โทรศัพท์มือถือทุกชนิดของลาว ได้มีการเปิดแสดงงานให้กับผู้ที่สนใจได้เข้าชมด้วย สำหรับเพื่อนบ้านอย่างเรา ถ้าไม่สะดวกก็สามารถเข้าไปชมได้ในเว็บไซต์ของตัวอักษรนี้ได้เลยที่ phetsarath.gov.la นะครับ
ขอบคุณแหล่งข่าวจาก ผศ.ประชิด ทิณบุตร
19 มกราคม 2555
28 ธันวาคม 2554
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รหัสสำหรับอักขระไทยที่ใช้กับคอมพิวเตอร์
- ขอบข่าย
- บทนิยาม
- แบบ
- การกำหนดรหัสสำหรับอักขระไทย
- วิธีเรียกรหัสในตารางรหัส
- รหัสสำหรับอักขระไทยในตารางรหัสที่ขยายต่อจากตาราง ISO 646
- รหัสสำหรับอักขระไทยในตารางรหัส EBCDIC
1. ขอบข่าย
| 1.1 | มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้กำหนด แบบของรหัสสำหรับอักขระไทยที่ขยายต่อจาก |
| ตาราง ISO 646 และรหัสสำหรับอักขระไทยในตารางรหัส EBCDIC (extended | |
| binary coded decimal interchange code) การกำหนดรหัสอักขระไทย และ | |
| วิธีเรียกรหัสในตารางรหัส | |
| 1.2 | มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้กำหนด รหัสสำหรับอักขระไทยเพื่อใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล |
| ระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ การแลกเปลี่ยนนี้ให้รวมถึงการบันทึกข้อมูลในรูปรหัสลงบนสื่อ | |
| (media) ด้วย | |
| 1.3 | มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ครอบคลุมเฉพาะอักขระไทย โดยยึดหลักการไม่เปลี่ยน |
| แปลงรหัสที่องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานได้กำหนดไว้แล้ว ตาม ISO | |
| 646 และ EBCDIC |
2. บทนิยาม
| ความหมายของคำที่ใช้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ มีดังต่อไปนี้ | |
| 2.1 | อักขระ หมายถึง ตัวอักษร ตัวเลข เครื่องหมายพิเศษ และเครื่องหมายอื่นใดที่มีใช้ใน |
| ระบบคอมพิวเตอร์ | |
| 2.2 | รหัส หมายถึง กลุ่มตัวเลขฐานสองที่ใช้แทนอักขระ |
| 2.3 | ตารางรหัส หมายถึง ตารางที่ใช้สำหรับแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอักขระกับรหัส |
| 2.4 | อักขระไทย หมายถึง ตัวอักษรไทย ตัวเลขไทย และเครื่องหมายพิเศษ จำแนกเป็นกลุ่ม |
| ได้ดังนี้ |
| 2.4.1 | ตัวอักษรไทย |
| 2.4.1.1 |
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 2.4.1.2 |
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 2.4.1.3 |
|
มอก. 620-2533
| 2.4.2 |
|
| 2.4.3 | เครื่องหมายพิเศษ |
| 2.4.3.1 |
| |||||||||||||
| 2.4.3.2 |
| |||||||||||||
| ||||||||||||||
| หมายเหตุ |
| |||||||||||||
| ที่จะนำมาใช้หรือไม่ก็ได้ |
3. แบบ
| 3.1 | รหัสสำหรับอักขระไทยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ |
| 3.1.1 | รหัสที่ขยายต่อจากตารางรหัส ที่กำหนดโดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| มาตรฐาน ตาม ISO 646 ซึ่งกำหนดรหัสไว้เพียง 7 บิต โดยเพิ่มค่าในบิตที่ 8 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| สำหรับรหัสสำหรับอักขระไทยให้เป็น 1 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3.1.2 | รหัสที่ขยายต่อจากตารางรหัส EBCDIC โดยรหัสสำหรับอักขระไทยที่กำหนดนี้จะ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| กำหนดลงในช่องว่างของตารางรหัส EBCDIC |
4. การกำหนดรหัสสำหรับอักขระไทย
| 4.1 | การแสดงรหัสจะแสดงเป็นตารางขนาด 16 ช่อง x 16 ช่อง โดยอาศัยวิธีการกำหนด |
| รหัสดังนี้ |
| 4.1.1 | หมายเลขแถว 0 ถึง 15 ใช้แทนรหัสเลขท้าย 4 บิต (เลข 4 บิตได้แก่ 0000 | ||
| ถึง 1111) หมายเลขแถวนี้จะใช้เลขฐานสิบเป็นตัวบอกคือ 0 ถึง 15 หรือใช้เลข | |||
| ฐานสิบหกเป็นตัวบอก คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, A, B, C, D, E และ F | |||
| 4.1.2 | หมายเลขสดมภ์ 0 ถึง 15 ใช้แทนรหัสเลขต้น 4 บิต กำกับด้วยเลขฐานสิบหรือ | ||
| เลขฐานสิบหก เช่นเดียวกับข้อ 4.1.1 | |||
| หมายเหตุ | ในส่วนของรหัสตาม ISO 646 มีเพียง 7 บิต เมื่อนำมาแสดงโดยมีรหัสสำหรับอักขระไทยใช้ | ||
| ร่วมด้วยจึงจำเป็นต้องขยายขึ้นเป็น 8 บิต โดยบิตที่ 8 ที่มีค่าเป็น 0 จะเป็นรหัส 128 ตัว | |||
| ของ ISO 646 และบิตที่ 8 ที่มีค่าเป็น 1 จะเป็นรหัสสำหรับอักขระไทย ตามวิธีการดังกล่าว | |||
| จะทำให้ตารางขยายเป็นขนาด 16 ช่อง x 16 ช่อง |
| อ้างอิงจาก http://www.nectec.or.th/it-standards/std620/std620.htm | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
อักษรปะเภทต่างๆ
อักษรไร้สระ (Abjads)
มีแต่พยัญชนะหรือพยัญชนะกับสระบางตัว อาจเติมเครื่องหมายแทนเสียงสระได้แต่ไม่ใช่รูปแบบปกติ
อักษรซัลเตอร์ (Psalter)
อักษรซอกเดีย
อักษรซาบาเอียน (Sabaean)
อักษรซามาริทัน (Samaritan)
อักษรซีเรียค (Syriac)
อักษรทิฟินาค (Tifinagh)
อักษรดิเวส อกุรุ (Dhives Akuru)
อักษรนาบาทาเอียน (Nabataean)
อักษรเบอร์เบอร์โบราณ
อักษรเปอร์เซียกลาง (Middle Persian)
อักษรพาร์เทียน (Parthian)
อักษรฟินิเชีย (Phoenician)
อักษรมันดาอิก (Mandaic)
อักษรยาวี (Jawi, Yawi)
อักษรยูการิติก (Ugaritic)
อักษรอราเมอิก (Aramaic)
อักษรอาระเบียใต้ (South Arabian)
อักษรอาหรับ (Arabic)
อักษรฮีบรู (Hebrew)
อักษรฮีบรูระยะแรก (Proto-Hebrew)
[แก้]อักษรสระประกอบ (Syllabic alphabets, alphasyllabaries or abugidas)
อักษรกทัมพะ (Kadamba)
อักษรกลิงคะ
อักษรกวิ (Kawi)
อักษรกันนาดา (Kannada)
อักษรกันนาดาโบราณ (Old kannada)
อักษรกูร์มูคี (Gurmukhi)
อักษรขอม (Khom)
อักษรขอมไทย
อักษรขอมบาลี
อักษรเขมร (Khmer)
อักษรขโรษฐี (Kharosthi)
อักษรคยาห์ (Kayah Li)
อักษรคฤนถ์ (Grantha)
อักษรคุชราต (Gujarati)
อักษรคุปตะ
อักษรจาม (Cham)
อักษรชวา (Javanese)
อักษรโซยอมโบ (Soyombo)
อักษรตักบันวา (Tagbanwa)
อักษรตากาล็อก (Tagalog)
อักษรเตลุกุ (Telugu)
อักษรโตชาเรียน (Tocharian)
อักษรทมิฬ (Tamil)
อักษรทิเบต (Tibetan)
อักษรเทวนาครี (Devanagari)
อักษรไทดำ (Tai Dam)
อักษรไทใต้คง (Dehong Dai)
อักษรไทย (Thai)
อักษรไทลื้อ (Tai Lue)
อักษรไทใหญ่ (Shan)
อักษรไทอาหม (Ahom) .
อักษรธรรมลาว/ธรรมอีสาน
อักษรบาตัก (Batak)
อักษรบายบายิน
อักษรบาหลี (Balinese)
อักษรเบงกาลี (Bengali)
อักษรบูฮิด (Buhid)
อักษรพม่า (Burmese)
อักษรพราหมี (Brahmi)
อักษรพัก-ปา (Phags-pa)
อักษรม้ง (Hmong)
อักษรมอญ (Mon)
อักษรมณีปูรี (Manpuri)
อักษรมาลายาลัม (Malayalam)
อักษรโมดี (Modi)
อักษรรานจานา (Ranjana)
อักษรเรดยัง (Redjang)
อักษรลนตารา/มากาซาร์ (Lontara/Makasar)
อักษรลันทะ (Landa)
อักษรล้านนา (Lanna)
อักษรลาว (Lao)
อักษรลิมบู (Limbu)
อักษรเลปชา (Lepcha)
อักษรวารังกสิติ (Varang Kshiti)
อักษรสรทะ (Sharda)
อักษรเสาราษฏร์ (Sourashtra)
อักษรสิงหล (Sinhala)
อักษรสิทธัม (Siddham)
อักษรสิเลฏินาครี (Sylheti Nagari)
อักษรโสรัง สมเป็ง (Sorang Sompeng)
อักษรเอธิโอปิก (Ethiopic)
อักษรโอริยา (Oriya)
อักษรฮานูโนโอ (Hanuno'o)
[แก้]อักษรสระ-พยัญชนะ (Alphabets)
อักษรกรีก (Greek)
อักษรกลาโกลิติก (Glagolitic)
อักษรเกาหลี (Han-gul)
อักษรโกธิก (Gothic)
อักษรคอปติก (Coptic)
อักษรคาเรีย
อักษรจอร์เจีย (Georgian)
อักษรซีริลลิก (Cyrillic)
อักษรโซมาลี (Somali)
อักษรทานะ (Thaana)
อักษรบัสซา (Bassa Vah)
อักษรเบยทากุกจู (Beitha Kukju)
อักษรโบสถ์สลาโวนิกโบราณ (Old Church Slavonic)
อักษรเปอร์มิกโบราณ (Old Permic)
อักษรพอลลาร์ด เมียว (Pollard Miao)
อักษรฟราเซอร์ (Fraser)
อักษรมองโกเลีย (Mongolian)
อักษรเมรอยติก (Meroïtic)
อักษรแมนจู (Manchu)
อักษรรูนส์ ฮังการี (Hungarian Runes)
อักษรรูนส์ (Runic)
อักษรรูมี (Rumi)
อักษรละติน หรือ อักษรโรมัน (Latin)
อักษรไลเซีย
อักษรไลเดีย
อักษรเวเนติก (Venetic)
อักษรสัทศาสตร์สากล (International Phonetic Alphabet)
อักษรสันตาลี (Santali)
อักษรอเวสตัน (Avestan)
อักษรออร์คอน (Orkhon)
อักษรอาร์เมเนีย (Armenian)
อักษรอิตาลีโบราณ (Old Italic)
อักษรอีทรัสคัน (Etruscan)
อักษรเอ็นโก (N'Ko)
อักษรเอลบ์ซาน (Elbsan)
อักษรโอคัม (Ogham)
อักษรไอริช (Irish)
[แก้]อักษรพยางค์ (syllabaries)
อักษรกเปลเล (Kpelle)
อักษรครี (Cree)
อักษรคะตะคะนะ (Katakana)
อักษรคาร์เรีย (Carrier)
อักษรเชอโรกี (Cherokee)
อักษรเซลติเบเรียน (Celtiberian)
อักษรไซเปรียท (Cypriot)
อักษรนดยุกา (Ndjuká)
อักษรแบล็กฟุต (Blackfoot)
อักษรเมนเด (Mende)
อักษรอี้ (Yi)
อักษรโลมา (Loma)
อักษรไว (Vai)
อักษรหมู่เกาะคาโรไลน์ (Caroline Island Script)
อักษรอัคคาเดีย (Akkadian)
อักษรอินุกติตุต (Inuktitut)
อักษรโอจิบเว (Ojibwe)
อักษรไอบีเรีย (Iberian)
อักษรฮิระงะนะ (Hiragana)
[แก้]อักษรคำ (complex scripts)
สือดิบผู้จ่อง
อักษรคีตัน (Khitan)
อักษรจีน (Chinese)
อักษรจื๋อโนม (Chữ-nôm)
อักษรจูร์เชน (Jurchen)
อักษรญี่ปุ่น (Japanese)
อักษรตันกัท (Tangut)
อักษรนาซี (Naxi)
อักษรนุชุ (Nushu)
อักษรมายา (Mayan)
อักษรลูเวีย
อักษรไลเนียร์บี (Linear B)
อักษรวินคา
อักษรอียิปต์โบราณ (Ancient Egyptian)
อ้างอิง http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3
มีแต่พยัญชนะหรือพยัญชนะกับสระบางตัว อาจเติมเครื่องหมายแทนเสียงสระได้แต่ไม่ใช่รูปแบบปกติ
อักษรซัลเตอร์ (Psalter)
อักษรซอกเดีย
อักษรซาบาเอียน (Sabaean)
อักษรซามาริทัน (Samaritan)
อักษรซีเรียค (Syriac)
อักษรทิฟินาค (Tifinagh)
อักษรดิเวส อกุรุ (Dhives Akuru)
อักษรนาบาทาเอียน (Nabataean)
อักษรเบอร์เบอร์โบราณ
อักษรเปอร์เซียกลาง (Middle Persian)
อักษรพาร์เทียน (Parthian)
อักษรฟินิเชีย (Phoenician)
อักษรมันดาอิก (Mandaic)
อักษรยาวี (Jawi, Yawi)
อักษรยูการิติก (Ugaritic)
อักษรอราเมอิก (Aramaic)
อักษรอาระเบียใต้ (South Arabian)
อักษรอาหรับ (Arabic)
อักษรฮีบรู (Hebrew)
อักษรฮีบรูระยะแรก (Proto-Hebrew)
[แก้]อักษรสระประกอบ (Syllabic alphabets, alphasyllabaries or abugidas)
อักษรกทัมพะ (Kadamba)
อักษรกลิงคะ
อักษรกวิ (Kawi)
อักษรกันนาดา (Kannada)
อักษรกันนาดาโบราณ (Old kannada)
อักษรกูร์มูคี (Gurmukhi)
อักษรขอม (Khom)
อักษรขอมไทย
อักษรขอมบาลี
อักษรเขมร (Khmer)
อักษรขโรษฐี (Kharosthi)
อักษรคยาห์ (Kayah Li)
อักษรคฤนถ์ (Grantha)
อักษรคุชราต (Gujarati)
อักษรคุปตะ
อักษรจาม (Cham)
อักษรชวา (Javanese)
อักษรโซยอมโบ (Soyombo)
อักษรตักบันวา (Tagbanwa)
อักษรตากาล็อก (Tagalog)
อักษรเตลุกุ (Telugu)
อักษรโตชาเรียน (Tocharian)
อักษรทมิฬ (Tamil)
อักษรทิเบต (Tibetan)
อักษรเทวนาครี (Devanagari)
อักษรไทดำ (Tai Dam)
อักษรไทใต้คง (Dehong Dai)
อักษรไทย (Thai)
อักษรไทลื้อ (Tai Lue)
อักษรไทใหญ่ (Shan)
อักษรไทอาหม (Ahom) .
อักษรธรรมลาว/ธรรมอีสาน
อักษรบาตัก (Batak)
อักษรบายบายิน
อักษรบาหลี (Balinese)
อักษรเบงกาลี (Bengali)
อักษรบูฮิด (Buhid)
อักษรพม่า (Burmese)
อักษรพราหมี (Brahmi)
อักษรพัก-ปา (Phags-pa)
อักษรม้ง (Hmong)
อักษรมอญ (Mon)
อักษรมณีปูรี (Manpuri)
อักษรมาลายาลัม (Malayalam)
อักษรโมดี (Modi)
อักษรรานจานา (Ranjana)
อักษรเรดยัง (Redjang)
อักษรลนตารา/มากาซาร์ (Lontara/Makasar)
อักษรลันทะ (Landa)
อักษรล้านนา (Lanna)
อักษรลาว (Lao)
อักษรลิมบู (Limbu)
อักษรเลปชา (Lepcha)
อักษรวารังกสิติ (Varang Kshiti)
อักษรสรทะ (Sharda)
อักษรเสาราษฏร์ (Sourashtra)
อักษรสิงหล (Sinhala)
อักษรสิทธัม (Siddham)
อักษรสิเลฏินาครี (Sylheti Nagari)
อักษรโสรัง สมเป็ง (Sorang Sompeng)
อักษรเอธิโอปิก (Ethiopic)
อักษรโอริยา (Oriya)
อักษรฮานูโนโอ (Hanuno'o)
[แก้]อักษรสระ-พยัญชนะ (Alphabets)
อักษรกรีก (Greek)
อักษรกลาโกลิติก (Glagolitic)
อักษรเกาหลี (Han-gul)
อักษรโกธิก (Gothic)
อักษรคอปติก (Coptic)
อักษรคาเรีย
อักษรจอร์เจีย (Georgian)
อักษรซีริลลิก (Cyrillic)
อักษรโซมาลี (Somali)
อักษรทานะ (Thaana)
อักษรบัสซา (Bassa Vah)
อักษรเบยทากุกจู (Beitha Kukju)
อักษรโบสถ์สลาโวนิกโบราณ (Old Church Slavonic)
อักษรเปอร์มิกโบราณ (Old Permic)
อักษรพอลลาร์ด เมียว (Pollard Miao)
อักษรฟราเซอร์ (Fraser)
อักษรมองโกเลีย (Mongolian)
อักษรเมรอยติก (Meroïtic)
อักษรแมนจู (Manchu)
อักษรรูนส์ ฮังการี (Hungarian Runes)
อักษรรูนส์ (Runic)
อักษรรูมี (Rumi)
อักษรละติน หรือ อักษรโรมัน (Latin)
อักษรไลเซีย
อักษรไลเดีย
อักษรเวเนติก (Venetic)
อักษรสัทศาสตร์สากล (International Phonetic Alphabet)
อักษรสันตาลี (Santali)
อักษรอเวสตัน (Avestan)
อักษรออร์คอน (Orkhon)
อักษรอาร์เมเนีย (Armenian)
อักษรอิตาลีโบราณ (Old Italic)
อักษรอีทรัสคัน (Etruscan)
อักษรเอ็นโก (N'Ko)
อักษรเอลบ์ซาน (Elbsan)
อักษรโอคัม (Ogham)
อักษรไอริช (Irish)
[แก้]อักษรพยางค์ (syllabaries)
อักษรกเปลเล (Kpelle)
อักษรครี (Cree)
อักษรคะตะคะนะ (Katakana)
อักษรคาร์เรีย (Carrier)
อักษรเชอโรกี (Cherokee)
อักษรเซลติเบเรียน (Celtiberian)
อักษรไซเปรียท (Cypriot)
อักษรนดยุกา (Ndjuká)
อักษรแบล็กฟุต (Blackfoot)
อักษรเมนเด (Mende)
อักษรอี้ (Yi)
อักษรโลมา (Loma)
อักษรไว (Vai)
อักษรหมู่เกาะคาโรไลน์ (Caroline Island Script)
อักษรอัคคาเดีย (Akkadian)
อักษรอินุกติตุต (Inuktitut)
อักษรโอจิบเว (Ojibwe)
อักษรไอบีเรีย (Iberian)
อักษรฮิระงะนะ (Hiragana)
[แก้]อักษรคำ (complex scripts)
สือดิบผู้จ่อง
อักษรคีตัน (Khitan)
อักษรจีน (Chinese)
อักษรจื๋อโนม (Chữ-nôm)
อักษรจูร์เชน (Jurchen)
อักษรญี่ปุ่น (Japanese)
อักษรตันกัท (Tangut)
อักษรนาซี (Naxi)
อักษรนุชุ (Nushu)
อักษรมายา (Mayan)
อักษรลูเวีย
อักษรไลเนียร์บี (Linear B)
อักษรวินคา
อักษรอียิปต์โบราณ (Ancient Egyptian)
อ้างอิง http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3
TIS-620 คืออะไร
TIS-620 คืออะไร
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 620-2533, มอก.620-2533, หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า TIS-620 เป็นชุดอักขระมาตรฐานอุตสาหกรรมของไทย มีชื่อเต็มว่า รหัสสำหรับอักขระไทยที่ใช้กับคอมพิวเตอร์
รหัส TIS-620 มีรายละเอียดคล้ายรหัส ISO-8859-11 มาก แตกต่างกันแค่เพียงที่ ISO-8859-11 กำหนดให้ A0 เป็น "เว้นวรรคแบบไม่ตัดคำ" (no-break space) ส่วน TIS-620 นั้นแม้จะสงวนตำแหน่ง A0 เอาไว้ แต่ก็ไม่ได้กำหนดค่าใด ๆ ให้
อ้างอิงจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 620-2533, มอก.620-2533, หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า TIS-620 เป็นชุดอักขระมาตรฐานอุตสาหกรรมของไทย มีชื่อเต็มว่า รหัสสำหรับอักขระไทยที่ใช้กับคอมพิวเตอร์
รหัส TIS-620 มีรายละเอียดคล้ายรหัส ISO-8859-11 มาก แตกต่างกันแค่เพียงที่ ISO-8859-11 กำหนดให้ A0 เป็น "เว้นวรรคแบบไม่ตัดคำ" (no-break space) ส่วน TIS-620 นั้นแม้จะสงวนตำแหน่ง A0 เอาไว้ แต่ก็ไม่ได้กำหนดค่าใด ๆ ให้
ตารางด้านบน 20 คือเว้นวรรค และ TIS-620 ไม่ได้กำหนดตัวอักขระสำหรับค่ารหัส 00-1F, 7F, 80-9F, A0, DB-DE และ FC-FF
ค่ารหัส D1, D4-DA, E7-EE เป็นอักขระผสมอ้างอิงจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วิวัฒนาการของตัวอักษร
ราว พ.ศ. 400 ไทยได้อพยพจากถิ่นเดิมมาตั้งภูมิลำเนาอยู่ใกล้อาณาเขตมอญ ซึ่งกำลังเป็นชาติที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้น เริ่มแรกคงเริ่มเลียนแบบตัวอักษรมาจากมอญ ต่อมาราว พ.ศ. 1500 เมื่อขอมขยายอำนาจเข้ามาในดินแดนของคนไทยซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำยม และได้ปกครองเมืองเชลียงและเมืองสุโขทัย ไทยก็เริ่มดัดแปลงอักษรที่มีอยู่เดิมให้คล้ายกับอักษรขอมหวัด
อักษรมอญและอักษรขอมที่เรานำมาดัดแปลงใช้นั้นล้วนแปลงรูปมาจากอักษรในกลุ่มอักษรพราหมี ของพวกพราหมณ์ ซึ่งรับแบบมาจากอักษรฟินิเชียอีกชั้นหนึ่ง อักษรเฟนีเซียนับได้ว่าเป็นอักษรที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นแม่แบบตัวอักษรของชาติต่างๆ ทั้งในเอเชียและยุโรป
ราว พ.ศ. 1826 พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรง ประดิษฐ์อักษรไทยที่เรียกกันว่า "ลายสือไทย" ขึ้น ซึ่งได้เค้ารูปจากอักษรอินเดียฝ่ายใต้ รวมทั้งอักษรมอญและเขมรที่มีอยู่เดิม (ซึ่งต่างก็ถ่ายแบบมาจากอักษรอินเดียฝ่ายใต้ทั้งสิ้น) ทำให้อักษรไทยมีลักษณะคล้ายคลึงกับอักษรทั้งสาม แม้บางตัวจะไม่คล้ายกัน แต่ก็สามารถรู้ได้ว่าดัดแปลงมาจากอักษรตัวไหน
อักษรไทยมีการปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ ในสมัยพญาฦๅไทราว พ.ศ. 1900 มีการแก้ไขตัวอักษรให้ผิดเพี้ยนไปบ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะการเพิ่มเชิงที่ตัว ญ ซึ่งใช้ติดต่อเรื่อยมาจนทุกวันนี้ คาดว่าน่าจะเอาอย่างมาจากเขมร ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราว พ.ศ. 2223 ตัวอักษรเริ่มมีทรวดทรงดีขึ้นแต่ก็ไม่ทิ้งเค้าเดิม มีบางตัวเท่านั้นที่แก้ไขผิดไปจากเดิม คือตัว ฎ และ ธ ซึ่งเหมือนกับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นักวิชาการจำนวนหนึ่งเชื่อว่าในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตัวอักษรและการใช้งานมีความคล้ายคลึงกับในปัจจุบันมากที่สุด
พยัญชนะไทยยังแบ่งออกเป็น 3 หมู่ เรียกว่า ไตรยางศ์ ประกอบด้วย
อักษรมอญและอักษรขอมที่เรานำมาดัดแปลงใช้นั้นล้วนแปลงรูปมาจากอักษรในกลุ่มอักษรพราหมี ของพวกพราหมณ์ ซึ่งรับแบบมาจากอักษรฟินิเชียอีกชั้นหนึ่ง อักษรเฟนีเซียนับได้ว่าเป็นอักษรที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นแม่แบบตัวอักษรของชาติต่างๆ ทั้งในเอเชียและยุโรป
ราว พ.ศ. 1826 พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรง ประดิษฐ์อักษรไทยที่เรียกกันว่า "ลายสือไทย" ขึ้น ซึ่งได้เค้ารูปจากอักษรอินเดียฝ่ายใต้ รวมทั้งอักษรมอญและเขมรที่มีอยู่เดิม (ซึ่งต่างก็ถ่ายแบบมาจากอักษรอินเดียฝ่ายใต้ทั้งสิ้น) ทำให้อักษรไทยมีลักษณะคล้ายคลึงกับอักษรทั้งสาม แม้บางตัวจะไม่คล้ายกัน แต่ก็สามารถรู้ได้ว่าดัดแปลงมาจากอักษรตัวไหน
อักษรไทยมีการปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ ในสมัยพญาฦๅไทราว พ.ศ. 1900 มีการแก้ไขตัวอักษรให้ผิดเพี้ยนไปบ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะการเพิ่มเชิงที่ตัว ญ ซึ่งใช้ติดต่อเรื่อยมาจนทุกวันนี้ คาดว่าน่าจะเอาอย่างมาจากเขมร ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราว พ.ศ. 2223 ตัวอักษรเริ่มมีทรวดทรงดีขึ้นแต่ก็ไม่ทิ้งเค้าเดิม มีบางตัวเท่านั้นที่แก้ไขผิดไปจากเดิม คือตัว ฎ และ ธ ซึ่งเหมือนกับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นักวิชาการจำนวนหนึ่งเชื่อว่าในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตัวอักษรและการใช้งานมีความคล้ายคลึงกับในปัจจุบันมากที่สุด
พยัญชนะ
พยัญชนะไทยมี 44 รูป สามารถแบ่งตามฐานที่ใช้ในการออกเสียงเป็นวรรค ดังเช่นในภาษาบาลีและสันสกฤต พร้อมแสดงชื่อเรียกในปัจจุบัน| วรรค กะ | - | ก ไก่ | ข ไข่ | ฃ ขวด* | ค ควาย | ฅ คน* | ฆ ระฆัง | ง งู | ||||
| วรรค จะ | - | จ จาน | ฉ ฉิ่ง | ช ช้าง | ซ โซ่ | ฌ เฌอ | ญ หญิง | |||||
| วรรค ฏะ | - | ฎ ชฎา | ฏ ปฏัก | ฐ ฐาน | ฑ มณโฑ | ฒ ผู้เฒ่า | ณ เณร | |||||
| วรรค ตะ | - | ด เด็ก | ต เต่า | ถ ถุง | ท ทหาร | ธ ธง | น หนู | |||||
| วรรค ปะ | - | บ ใบไม้ | ป ปลา | ผ ผึ้ง | ฝ ฝา | พ พาน | ฟ ฟัน | ภ สำเภา | ม ม้า | |||
| เศษวรรค | - | ย ยักษ์ | ร เรือ | ล ลิง | ว แหวน | ศ ศาลา | ษ ฤๅษี | ส เสือ | ห หีบ | ฬ จุฬา | อ อ่าง | ฮ นกฮูก |
* เนื่องจาก ฃ และ ฅ ปัจจุบันไม่พบการใช้งาน จึงอนุโลมใช้ ข และ ค แทนในการสะกดพยัญชนะไทยยังแบ่งออกเป็น 3 หมู่ เรียกว่า ไตรยางศ์ ประกอบด้วย
- อักษรสูง 11 ตัว ได้แก่ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห ( ฉันฝากขวดขี้ผึ้งใส่ถุงให้เศรษฐี )
- อักษรกลาง 9 ตัว ได้แก่ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ ( ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง ฎ ฏ )
- อักษรต่ำ 24 ตัว ได้แก่ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ (พ่อค้าฟันทองซื้อช้างฮ่อ ฅ ฆ ฌ ฑ ฒ ธ ภ )
สระ
สระในภาษาไทยมี 21 รูป ซึ่งรูปสระเหล่านี้จะนำไปประกอบเป็นรูปสระที่ใช้จริงอีกต่อหนึ่งรหัสยูนิโคดสำหรับอักษรไทย
ช่วงรหัสยูนิโคด (Unicode) ของอักษรไทย คือ U+0E00 ถึง U+0E7F
อ้างอิง
- กำชัย ทองหล่อ, หลักภาษาไทย, กรุงเทพฯ :บำรุงสาส์น, 2533.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











